การลากเส้นต่อจุด ของ สตีฟ จ๊อปส์

วันนี้ (31 มค 48) เป็นวันสุดท้ายของการส่งวิชาสัมนา ของผมเอง
บางท่านอาจสงสัยว่า วิชาสัมนาเนี่ย มันเป็นยังไง? วิชาสัมนา ที่ผมต้องส่ง มันก็เป็นเหมือนกับ
การนำโครงร่างคร่าวๆของสิ่งที่เราคิดจะทำเป็นวิทยานิพนธ์ มานำเสนอให้คณาจารย์ได้รับรู้ และพิจารณาถึงความเป็นไปได้ ว่ามันง่ายไป, มันเหมาะสมกำลังดี, หรือว่าเพ้อเจ้อเลื่อนลอย
 
คิดๆดูแล้ว นี่ก็เรียนโท มาได้เกือบจะสองปีแล้ว แต่เรายังค้างเติ่งอยู่ที่วิชาสัมนาอยู่เลย
(เปรียบประหนึ่งคนอื่นวาดรูปลงสีใกล้เสร็จแล้ว, เรายังเพิ่งร่างรูปภาพ)
…พอคิดๆแล้วก็เศร้าใจเล็กๆว่า ทำไมถึงได้เดินช้ากว่าชาวบ้าน…หลายคน ถึงช่วงเวลานี้ ก็ใกล้จะจบโทแล้ว…..
…หลายคนที่ได้เดินผ่านเข้าๆออกๆ ห้องวิจัยนี้ ก็ได้ไปร่ำเรียนถึงเมืองนอกเมืองนา……
…เพื่อนๆหลายคนก็ทำงานมีเงินเดือนจับจ่ายใช้สอย ไม่ขัดสน…….
 
ในขณะที่สองปีที่ผ่านมา สิ่งที่ผมทำมา ถึงจะทำมามากมาย แต่ไม่ได้เกี่ยวกับการเรียนจบ หรือวิชาสัมนาเลยแม้แต่น้อย..
…ไม่ว่าจะเป็นโครงการ เครื่องบิน UAV ของพี่ๆกองทัพอากาศ….
…งานด้านจิตเวชกรมแพทย์ ทอ. ….
…โครงการให้บริการรถแท๊กซี่ของ การสื่อสารฯ…
…รวมถึงงานจับฉ่ายอีกมากมาย ที่ได้ตังค์บ้าง ได้กล่องบ้าง ได้คำชมบ้าง ติบ้าง ฯลฯ…
 
หลายๆสิ่งที่เคยวาดฝันไว้ในวัยเริ่มคิดนั้น เกือบทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่หวัง
ความท้อแท้เข้าเกาะกุมความรู้สึก…พลางนึกเล็กๆว่า กูจะเรียนไปทำไมวะ?
 
…แต่สุดท้าย, ทุกครั้งที่ท้อแท้ มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างในความคิด หรือผมอาจเรียกสั้นๆได้ว่า "ศรัทธา ทางความคิด" มันป้วนเปียนวนเวียนอยู่ในหัวทุกครั้ง, มันเป็นศรัทธาบางอย่างที่เชื่อได้ว่า "สิ่งที่ได้คิด สิ่งที่ได้ทำ รวมถึงรอยเท้าที่เดินย่ำผ่านมา มันจะต้องไม่สูญเปล่า"
ซึ่งความศรัทธานี้ น่าจะเกิดจากประสพการณ์ที่เคยได้รับหลายๆอย่างในชีวิตที่ผ่านมา
 
ความศรัทธาที่ว่า กระผมเองก็บรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่ดีนัก..
แต่ผมค่อนข้างเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าถึงความเชื่อนี้
โดยเฉพาะ ภายหลังที่ได้อ่านสุนทรพจน์ที่ สตีฟ จ๊อปส์ ได้กล่าวไว้ถึงเรื่อง "การลากเส้นต่อจุด"
 
หลายๆคนอาจจะนึกว่า ไอ้หมอนี่คือใคร?
ประวัติคร่าวๆของ สตีฟ จ๊อป (Steve Jobs) นั้นคือเขาเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Apple และเป็นผู้สร้างเครื่อง Macintoch ที่หลายคนรู้จักกันดี
ชีวประวัติของเค้า โดยย่อนั้น เขาเติบโตขึ้นมาด้วยการเลี้ยงดูของพ่อแม่บุญธรรม ที่เป็นคนชนชั้นแรงงาน
เขาได้รับการส่งเสียให้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ด้วยเงินที่ได้อย่างยากลำบากของพ่อแม่บุญธรรมของเขา
 
นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยหลังจากเข้าเรียนได้เพียงหกเดือน เนื่องจากมองไม่เห็นคุณค่าของการเรียนมหาวิทยาลัย – ที่ซึ่งไม่ช่วยให้เขาคิดได้ว่า เขาต้องการอะไรในชีวิต
 
ภายหลังจากลาออกจากมหาวิทยาลัย, เขาใช้ชีวิตอย่างอดๆอยากๆ ตามมหาวิทยาลัย และวัด
แต่สิ่งที่เขาได้รับ คือเขามีอิสระที่จะไปเข้าเรียนวิชาใดก็ได้ที่สนใจ โดยวิชาทั้งหลายที่เขาเลือกเรียนตามความสนใจและสัญชาตญาณจะพาไป ในช่วง 18 เดือนที่เขาได้เรียนนั้น… ได้กลายมาเป็นความรู้ที่หาค่ามิได้ให้แก่ชีวิตของเขาในเวลาต่อมา และหนึ่งในนั้นคือ วิชา ลิปิศิลป์ (calligraphy – แปลเป็นไทยได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร)
 
Jobs ยอมรับว่า ในตอนนั้นเขาเองก็ยังมองไม่ออกเช่นกันว่า จะนำความรู้ที่ได้จากวิชานี้ไปใช้ประโยชน์อะไรได้ในอนาคตของเขา แต่ 10 ปีหลังจากนั้น เมื่อเขากับเพื่อนช่วยกันออกแบบเครื่องคอมพิวเตอร์ Macintosh เครื่องแรก วิชานี้ได้กลับมาเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างไม่เคยนึกฝันมาก่อน และทำให้ Mac กลายเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรก ที่มีการออกแบบตัวอักษรและการจัดช่องไฟที่สวยงาม
 
ถ้าหากเขาไม่ลาออกจากมหาวิทยาลัย เขาก็คงจะไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนวิชานี้ และ Mac ก็คงไม่อาจจะมีตัวอักษรแบบต่างๆ ที่หลากหลาย หรือ font ที่มีการเรียงพิมพ์ที่ได้สัดส่วนสวยงาม รวมทั้งเครื่องพีซี ซึ่งใช้ Windows ที่ลอกแบบไปจาก Mac อีกต่อหนึ่งก็เช่นกัน คงจะไม่มีตัวอักษรสวยๆ ใช้อย่างที่มีอยู่ในตอนนี้
 
อย่างไรก็ตาม Jobs บอกว่า ในเวลาที่เขาตัดสินใจลาออกนั้น เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถ “ลากเส้นต่อจุด” หรือหยั่งรู้อนาคตได้ว่า วิชาออกแบบและประดิษฐ์ตัวอักษร (calligraphy) จะกลายเป็นความรู้ที่มีประโยชน์ในการออกแบบ Mac,
เขาเพียงสามารถจะลากเส้นต่อจุดระหว่างวิชาลิปิศิลป์กับการคิดค้นเครื่อง Mac ได้อย่างชัดเจน ก็ต่อเมื่อมองย้อนกลับไปข้างหลังเท่านั้น
 
ในเมื่อไม่มีใครที่จะลากเส้นต่อจุดไปในอนาคตได้ ดังนั้นคำแนะนำของ Jobs ก็คือ คุณจะต้อง “ไว้ใจและเชื่อมั่น” ว่า จุดทั้งหลายที่คุณได้ผ่านมาในชีวิตคุณ มันจะหาทางลากเส้นต่อเข้าด้วยกันเองในอนาคต ซึ่งจะเป็นอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา โชคชะตา ชีวิต หรือกฎแห่งกรรม ขอเพียงแต่คุณต้องมีศรัทธาในสิ่งนั้นอย่างแน่วแน่………….
.
.
.
.
.
บทความนี้ เป็นหนึ่งในสามบทความสุนทรพจน์ที่ สตีฟ จ๊อบส์ ได้กล่าวในงานรับปริญญา แก่บัณฑิตจบใหม่มหาวิทยาลัยStanford University
.
.
.
……วันนี้ (31 มค 48) เป็นวันสุดท้ายของการส่งวิชาสัมนา….
เดี๋ยวผมขอตัวไปส่งบทความวิชาสัมนาก่อนนะครับ…
This entry was posted in Life. Bookmark the permalink.

3 Responses to การลากเส้นต่อจุด ของ สตีฟ จ๊อปส์

  1. noppasorn says:

    เวง ยังไม่จบอีกเหรอเมิง จะจบเมื่อไหร่บอกด้วยนะ ไอ่เกนอยากเลี้ยงบัณฑิตใหม่
     
    555 เลี้ยงไรคงไม่ต้องบอก คิดเอาเอง o0o

  2. noppasorn says:

    อืม เห็นควยด้วน เอ้ย เห็นควรด้วย

  3. Clound says:

    -*-ไรท่านเราก็ไม่จบเหมือนหัน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s